เช็กระดับของเหลวรถก่อนขับขี่ เรื่องสำคัญที่จะช่วยให้การทุกขับขี่ไม่มีล้มเหลว



การขับขี่ที่สนุกมีความมั่นใจในความปลอดภัย เป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่สามารถสร้างได้ ง่ายที่สุดก็คือ การมีประกันภัยไว้เคียงคู่รถและการเดินทาง ถ้ามีกำลังทรัพย์ก็แนะนำเลยว่าให้เลือกทำเป็นประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ราคาอาจจะสูงกว่าประกันทุกระดับก็จริง แต่เรื่องความคุ้มครองก็เหนือกว่าด้วย แบบนี้ทำให้เรามั่นใจในการเดินทางได้เสมอ

อีกสิ่งที่ช่วยทำให้การเดินทางไร้อุปสรรคได้ก็คือ การตรวจเช็กระดับของเหลวในรถยนต์ว่าอยู่ในระดับปกติหรือไม่ เป็นหน้าที่หนึ่งของผู้เป็นเจ้าของรถทุกคน ซึ่งระดับของเหลวแบบไหนที่เป็นปกติ แบบไหนที่ผิดปกติ และควรจะต้องตรวจเช็กของเหลวในส่วนไหนบ้างมาติดตามกัน

น้ำฉีดกระจก

น้ำฉีดกระจกควรจะต้องระวังไม่ให้น้ำแห้ง เพราะว่าน้ำหรือของเหลวในส่วนนี้จะถูกนำไปใช้ทำความสะอาดกระจกรถยนต์ อันจะช่วยทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นของเราขณะขับรถดีขึ้น เราจะมองเห็นรถทั้งด้านหน้า ด้านหลังได้อย่างชัดเจน

น้ำหล่อเย็น

ขยับมาอีกนิดก็เป็นส่วนของที่เก็บน้ำหล่อเย็น การตรวจเช็กน้ำหล่อเย็นนั้นก็ไม่ยาก ให้ตรวจสอบดูว่าระดับน้ำอยู่ในระดับสูงสุดหรือไม่ (จะมีตัวอักษรบอกระดับปริมาณของเหลวเอาไว้ที่ด้านนอก) หากอยู่ในระดับสูงสุดก็ไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าระดับน้ำลดลงมาจนต่ำมาก หรืออาจจะต่ำกว่าระดับที่กำหนดไว้ก็ควรจะรีบแก้ไขเติมน้ำยาเพิ่มเข้าไป เพราะตรงนี้อาจทำให้เกิดความร้อนสูงกับเครื่องยนต์ได้

น้ำมันเครื่อง

เป็นอีกส่วนที่สำคัญมาก การตรวจเช็กน้ำมันเครื่องนั้น ควรจะทำการตรวจเมื่อรถจอดนิ่ง หากเพิ่งใช้รถมาก็ควรจะจอดรถทิ้งไว้ 3 – 4 นาที ให้เครื่องยนต์เย็นลงสักหน่อยก่อน และน้ำมันเครื่องไหลลงด้านล่างให้หมดแล้วค่อยมาตรวจเช็ก วิธีการตรวจเช็กก็ไม่ยาก รถยนต์รุ่นใหม่ในวันนี้จะมีก้านตรวจเช็กน้ำมันเครื่อง ให้เราดึงก้านตรวจน้ำมันเครื่องขึ้นมา จากนั้นใช้ผ้าเช็ดคราบน้ำมันเครื่องที่ติดอยู่ที่ก้านออกไปก่อน

เมื่อเช็ดเสร็จก็ให้ใส่ก้านนี้ลงไปที่จุดเดิมอีกครั้ง หลังจากนั้นให้ทำการดึงก้านตรวจเช็กขึ้นมาอีกครั้ง ให้เราสังเกตที่ปลายของก้าน จะพบว่าจะมีจุดอยู่ 2 จุด บนและล่าง ถ้าน้ำมันเครื่องอยู่ระหว่าง 2 จุดบน-ล่างนี้ก็ถือว่ายังอยู่ในระดับปกติ แต่ถ้าน้ำมันเครื่องอยู่ในระดับเดียวกับจุดล่าง หรือต่ำกว่าจุดล่าง นั่นหมายความว่าปริมาณน้ำมันเครื่องน้อยเกินไป ต้องทำการเติมเพิ่มเพื่อให้อยู่ในระดับปกติ

นอกจากเรื่องของปริมาณแล้ว น้ำมันเครื่องยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องดูด้วยก็คือ เรื่องของสีน้ำมันเครื่องที่ไม่ควรจะเข้มหรือมีสีที่ดำเกินไป หากว่าสีน้ำมันเครื่องมีความเข้มมากก็บ่งบอกว่าถึงเวลาที่คุณควรนำรถไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องแล้ว

น้ำมันเบรก

เป็นส่วนที่ต้องตรวจเช็กอยู่เสมอเช่นกัน ต้องดูปริมาณว่าอยู่ในระดับปกติหรือไม่ โดยดูที่กระปุกน้ำมันเบรก จะมีตัวอักษรบอกระดับอยู่ ซึ่งเราสามารถตรวจเช็กระดับได้ไม่ยาก และถ้าพบว่าระดับน้ำมันเบรกเหลือน้อย มีการแห้งไปเยอะก็ให้รีบเติมอย่าปล่อยเอาไว้ เพราะการที่น้ำมันเบรกแห้งจะส่งผลกระทบไปยังการทำงานของระบบเบรก

หลายครั้งที่เบรกรถมีปัญหา ก็อาจเกิดขึ้นจากน้ำมันเบรกแห้งไปโดยที่เราไม่รู้นี่เอง การขับขี่ไม่ควรประมาทอย่ามั่นใจว่ารถมีประกันภัย รถยนต์ ชั้น 1 ราคาสูง เกิดอะไรขึ้นประกันก็ยังช่วยดูแล จริงอยู่ว่าประกันจะช่วยชดเชย แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจมากกว่าค่าชดเชยต่าง ๆ ดังนั้นจึงไม่อยากให้ทุกคนประมาท

ถ้าระดับของเหลวต่าง ๆ มีการลดลงอย่างรวดเร็ว ก็อย่าวางใจให้คุณรีบตรวจสอบเลยว่ามีจุดไหนที่รั่วซึมหรือเปล่า ทั้งนี้ก็เพื่อการใช้รถได้อย่างต่อเนื่อง ขับขี่ได้สนุก และเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถของคุณ อีกสิ่งที่ลืมไม่ได้ก็คือควรทำประกันรถเอาไว้ด้วยเพื่อความมั่นใจ หากใครสนใจประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ราคาพิเศษ สามารถเข้าไปตรวจสอบราคากันได้ที่ EasyCompare ถ้าเจอประกันกันที่ใช่ ก็ไม่ต้องลังเลสามารถซื้อได้เลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *